การฝึกresistance training ไม่ได้มีดีแค่เรื่องของ BDNFต่อสมอง 🧠

ถ้าเรามอง resistance training ผ่านมิติของระบบหลอดเลือด ต้องบอกว่า RT สร้าง stimulus ที่ค่อนข้างแตกต่าง #Unique เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายแบบอื่น โดยเฉพาะพวกcardio exercise

โดยเฉพาะเมื่อ intensity ขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การเพิ่มการไหลเวียนเลือดแบบ steady state แต่เป็นการเกิด oscillation หรือการขึ้นๆลงๆของความดันโลหิตที่ทั้งสูงและเร็ว ในแต่ละ repetition ของการเคลื่อนไหว

ในหนึ่ง rep ของการออกแรง blood pressureจะสลับระหว่าง #ช่วงที่สูงขึ้น และ #ช่วงที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ช่วง concentric contraction จะสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของความดัน ขณะที่ช่วง eccentric contraction ความดันจะลดลงตามการคลายตัวของกล้ามเนื้อ

ทำให้ในทุก rep ระบบไหลเวียนเลือดเกิดเป็นcycle ของ hyper- และ hypotension ซ้ำๆไปมา

ความผันผวนของความดันแบบนี้ทำให้ผนังหลอดเลือดต้องเจอกับรูปแบบของ shear stress ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งเขาproposeว่าการได้รับ oscillatory hemodynamic stress ซ้ำๆแบบนี้ มันอาจจะดีก็ได้นะ เพราะจากการฝึก resistance training อาจทำให้ระบบหลอดเลือดเกิดการปรับตัว #สามารถรับมือกับทั้งการพุ่งขึ้น และ #การตกลงของความดันโลหิตได้ดีขึ้น

การปรับตัวลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการควบคุม cerebral blood flow เพราะสมองต้องรักษาการไหลเวียนเลือดให้ค่อนข้างคงที่ แม้ความดันจะเปลี่ยนไป การควบคุมที่ดีช่วยป้องกันไม่ให้เกิด injury ต่อหลอดเลือดในสมอง

มีงานวิจัยด้วยที่พบว่า คนที่ฝึก resistance training #เป็นประจำ มีความสามารถในการควบคุมแรงดันเลือดในสมองได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้ฝึก

จำบทความ ซ้อมแก่ของผมได้มะ ผมว่าหลักการคล้ายๆกันเลย ทำให้เจอกับปัญหาบ่อยๆ แล้วมันจะปรับตัว หลอดเลือดในสมองเองก็เหมือนกัน

So ประโยชน์ของ resistance training ต่อสมองเลยไม่ได้มีเเค่เรื่องของ BDNF หรือ myokineจากกล้ามเนื้อ แต่มันอาจจะดีกับ vascular และ cerebrovascular adaptation โดยตรงด้วย

🧪
Deadlift 5x5 คือยาอายุวัฒนะ 
😄


กอล์ฟ MuscleClinicz

This article was updated on มีนาคม 12, 2026

You should also read:

High time under tension training

High time under tension training ค้างจนหลอน แลกกับความแข็งแรง ได้ผลนะ แต่เบื่อหน่อย มาพูดเรื่องนักวิ่งกันหน่อย วิ่งอึด วิ่งทน คนก็มักจะแปลความหมายไปว่า #กล้ามเนื้อต้องอึดต้องทนด้วย ต้องสู้กับความล้าได้ดี ซึ่งจริงๆถามว่าผิดไหม ก็ไม่ผิดเลย แต่ว่ามันอาจจะไม่ได้จำเป็นต้องฝึกอะไรที่มันสุดโต่งกับความล้ามากๆก็ได้ มีstudyชิ้นนึงที่ส่วนนึงทดสอบการทำ Isometric ไม่ใช่แค่ค้างธรรมดา แต่ค้างจนหลอน โดยให้นักวิ่งระดับ…

Ten-Five-Three Model for Resistance Training

โมเดล 10-5-3 แนวทางสำหรับการวางโปรแกรมฝึกเวทเทรนนิ่ง ที่ใช้ได้กับทั้ง #นักกีฬา และ #สายสุขภาพ ออกตัวก่อนเลยว่า "ผมbiasedหนักมาก ผมชอบแนวทางนี้มาก และผมดันสุดๆสำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า ฉันจะเริ่มตรงไหนดี ให้ทำตามแนวทางนี้ เพราะมันmake senseสุดๆ และเข้าใจง่ายมากๆ" 10-5-3 นั้นหมายถึง #ตัวเลขของจำนวนครั้งที่จะฝึกในแต่ละรูปแบบ 10 หมายถึง เลือกน้ำหนักที่ยกได้ประมาณ 10…