การฝึกresistance training ไม่ได้มีดีแค่เรื่องของ BDNFต่อสมอง 🧠

โดยเฉพาะเมื่อ intensity ขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การเพิ่มการไหลเวียนเลือดแบบ steady state แต่เป็นการเกิด oscillation หรือการขึ้นๆลงๆของความดันโลหิตที่ทั้งสูงและเร็ว ในแต่ละ repetition ของการเคลื่อนไหว
ในหนึ่ง rep ของการออกแรง blood pressureจะสลับระหว่าง #ช่วงที่สูงขึ้น และ #ช่วงที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ช่วง concentric contraction จะสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของความดัน ขณะที่ช่วง eccentric contraction ความดันจะลดลงตามการคลายตัวของกล้ามเนื้อ
ทำให้ในทุก rep ระบบไหลเวียนเลือดเกิดเป็นcycle ของ hyper- และ hypotension ซ้ำๆไปมา
ความผันผวนของความดันแบบนี้ทำให้ผนังหลอดเลือดต้องเจอกับรูปแบบของ shear stress ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งเขาproposeว่าการได้รับ oscillatory hemodynamic stress ซ้ำๆแบบนี้ มันอาจจะดีก็ได้นะ เพราะจากการฝึก resistance training อาจทำให้ระบบหลอดเลือดเกิดการปรับตัว #สามารถรับมือกับทั้งการพุ่งขึ้น และ #การตกลงของความดันโลหิตได้ดีขึ้น
การปรับตัวลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการควบคุม cerebral blood flow เพราะสมองต้องรักษาการไหลเวียนเลือดให้ค่อนข้างคงที่ แม้ความดันจะเปลี่ยนไป การควบคุมที่ดีช่วยป้องกันไม่ให้เกิด injury ต่อหลอดเลือดในสมอง
มีงานวิจัยด้วยที่พบว่า คนที่ฝึก resistance training #เป็นประจำ มีความสามารถในการควบคุมแรงดันเลือดในสมองได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้ฝึก
จำบทความ ซ้อมแก่ของผมได้มะ ผมว่าหลักการคล้ายๆกันเลย ทำให้เจอกับปัญหาบ่อยๆ แล้วมันจะปรับตัว หลอดเลือดในสมองเองก็เหมือนกัน
So ประโยชน์ของ resistance training ต่อสมองเลยไม่ได้มีเเค่เรื่องของ BDNF หรือ myokineจากกล้ามเนื้อ แต่มันอาจจะดีกับ vascular และ cerebrovascular adaptation โดยตรงด้วย


กอล์ฟ MuscleClinicz

