ขยับ ไม่เท่ากับ ออกกำลังกาย

อาทิตยนี้ผมพูดเรื่อง physical activity กับการ break sedentariness เยอะเพราะไปร่วมสัมนามา #ว่ามันควรทำ และ #มันมีประโยชน์จริง แค่ #ลุกขึ้นมาขยับ มันก็ดีกว่าอยู่นิ่งๆทั้งวันแล้ว

และผมก็ย้ำเสมอมาว่า ถ้าเลือกได้ short bout of high intensityสั้นๆ ยังไงก็ดีกว่า long bout of low intensityในเชิงผลลัพธ์การปรับตัวทางสรีรวิทยา

แต่ประเด็นที่ผมอยากสื่อเพิ่มเข้าไปคือ #มิติของการปรับตัว เพราะถึงเราจะยอมรับตรงกันว่า physical activity ดี แต่ ดี ≠ พอ❌


โดยเฉพาะ #ในคนสูงวัย ที่ระบบกล้ามเนื้อ ระบบประสาท เสื่อมไปตามวัย ปัญหาหลักๆของ physical activity คือ #Intensityมันไม่ถึงthresholdของการปรับตัว 
⚠️
 การกระตุ้นให้เกิดadaptation ต่อให้คุณ break sedentary ทุกชั่วโมง ถ้าไม่หนักพอ การปรับตัวอาจจะไม่เกิด

เราจำเป็นต้องแยก 2 ประเด็นออกจากกันอย่างชัดเจน
ลุกมาขยับบ่อยๆ = ดี
👍

แต่ ลุกมาขยับบ่อยๆ ≠ แข็งแรงขึ้นเพียงพอ
❌


📚
งานวิจัยในภาพนี้สะท้อนประเด็นนี้ชัดมาก เขาทำ intervention โดยใช้exercise snacking กับผู้สูงวัยอายุเฉลี่ย 70ปี โดยให้ทำ 5ท่า #ลุกนั่งจากเก้าอี้#นั่งเตะขา#ยืนพับขา#ซอยเท้าอยู่กับที่#เขย่งน่อง ทำท่าละ 1 นาที เท่าที่คุณลุงคุณป้าทำไหว วันละ 2 รอบ รวมแล้ว 10 นาทีต่อวัน

>>> ทำต่อเนื่อง 28 วันเต็ม (4 สัปดาห์) <<<

จากนั้นเขาเอาไปทดสอบ muscle function แบบตรงไปตรงมาที่สุด leg press วัด max force, max power, max velocity

ผลลัพธ์
💪
Max force +5%, 
⚡
Max power +6%, 
🏎️
Max velocity +3%
ตัวเลขอยู่ใน zone positive หมด หมายความว่า physiological direction มันถูกทางนะ ผู้วิจัยก็ใช้ค่าeffect sizeบอกว่าดีๆได้ผล

แต่ #ถ้าดูทางสถิติจริงๆ มันยังไม่ significantเลย
❌
 มีแค่ max power ที่ p = 0.09 ซึ่งก็เรียกว่า #เกือบsig ผมว่านี่คือภาพสะท้อนของคำว่า #ดีแต่ไม่พอ

นี่คือจุดที่ผมอยากชวนคิด
🧩

ถ้าเราเอาคนกลุ่มเดียวกันนี้ไปใส่ใน structured resistance training program ที่ออกแบบ intensity เหมาะสม ในเวลา 4 สัปดาห์เท่ากัน ผมแทบกล้าพนันได้เลยว่าค่าทุกตัวจะขึ้นแบบ statistically significant โดยเฉพาะ max strength และผมไม่จำเป็นต้องให้เขาฝึก 28 วันติด ด้วยซ้ำ แค่สัปดาห์ละ 2-3ครั้งพอละ + ขอegoอีกหน่อยย ในโปรแกรม exercise snacking เขาทำรวมวันละ 10 นาที ผมขอ leg press ท่าเดียว 2-3 sets พอ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีแน่ๆผมมั่นใจ แต่มั่นใจว่าผลลัพธ์ด้าน strength กับpower นี่จะออกมาดีกว่านี้แน่นอน ผมว่าผมสร้าง Clinically meaningful changeได้แน่ๆ

👉
Point ไม่ใช่จะบอกว่า exercise snacking ไม่ดี ... คือมันดี มันuseful มันช่วยให้ร่างกายไม่พังไปกว่าเดิม เหมาะมากกับคนที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่ training system แต่ถ้าเป้าหมายคือ พัฒนา quality of life ของผู้สูงวัยในเชิงโครงสร้างจริงๆ (muscle mass, strength, power, fall risk, independence) intensity ของ exercise snack #แบบมันห่างไกลคำว่าพอเลย และในระยะยาวมัน ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนเวลา 28 วันเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้

สุดท้ายมันก็วนกลับมาที่ความจริงข้อนี้อยู่ดี คนสูงวัยไม่ได้ต้องการแค่ขยับ แต่ต้องการการฝึกที่กระตุ้นadaptationได้จริงๆ และไม่ว่าเราจะใช้ศัพท์สวยแค่ไหน สำหรับผมสุดท้ายคำตอบมันก็ยังเป็นคำเดิม "They still need to lift heavy sh*t
❗️
"

This article was updated on มกราคม 3, 2026

You should also read:

ต้องกินหลังออกกำลังกายไหม?

การกินหลังออกกำลังกายทันที อาจจะไม่ได้จำเป็น ความเข้าใจเรื่อง anabolic window เมื่อก่อนที่เชื่อว่า กินสิ หลังเวทเสร็จกินเลย กระตุ้นการสังเคราะห์โปรตีน แต่ปัจจุบันเราเข้าใจกันมากขึ้นว่า ถ้าไม่กินหลังออกกำลังกายทันที ก็ไม่เป็นไร ค่อยกินตอนสะดวกก็ได้ เพราะงานวิจัยหลายชิ้นทดสอบสมมติฐานนี้ไปหลายครั้งแล้ว พบว่าจริงๆแล้ว anabolic window มันอาจจะนานมากเลย ไม่กินหลังเวทเส้จสัก3-4ชั่วโมงหรือจะข้ามวันก็ยังได้เลย ล่าสุดมี การทดสอบเรื่องของ nutrient timingออกมาอีกเรื่อง…

🧠สมองของคนออกกำลังกายก็แก่ช้าด้วยเหมือนกัน

มีstudyออกมาชิ้นนึงโดยเขานำคนวัยกลางคน 130 คน อายุเฉลี่ย41ปี ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้แก่มาก มาแบ่งกลุ่ม โดยให้กลุ่มนึง ฝึกคาดิโออาทิตย์ละ120นาที (60x2ครั้ง) ที่ความเข้มข้นประมาน 60-75% ของ Heart rate reserve ถ้าคิดเป็น RPEผมก็ว่าสัก13-14/20 แล้วใครอยากทำระดับ vigorousก็ทำได้ ถ้าไหว 75-85%HRR แล้วก้มี home-based…