ลองตั้งเป้าทำ HIITสักเดือนละ 6 ครั้ง ไว้เป็นหนึ่งในแผนของปีนี้

ถ้าจะเลือกกิจกรรมออกกำลังกายสักอย่างที่ #ใช้เวลาน้อย #ได้ผลต่อสุขภาพ ผมว่า HIIT ควรอยู่ในลิสด้วย

HIIT (High intensity interval training) ในนิยามคือ #กิจกรรมหนักสลับเบา ทำวนๆไป กี่รอบก็ว่ากันไป
HIIT ไม่จำเป็นต้องมี protocolตายตัว สาระสำคัญของHIITมีอย่างเดียวคือ ช่วงที่ทำ #ต้องหนักจริง
HIIT มีข้อดีมากๆในมุมของสรีรวิทยาในเรื่องของการเก็บและเรียกใช้ Motor Units เพราะตอนที่เราฝึกเบาๆ ร่างกายจะใช้ motor unit เล็กๆ เป็นหลัก แต่เมื่อความหนักสูงพอ ระบบประสาทต้องเรียก motor unit ที่ใหญ่ขึ้นมาทำงาน ซึ่งพวกนี้คือกลุ่มที่สัมพันธ์กับ strength, power, muscle quality โดยตรง
การกระตุ้น high-threshold motor units มันช่วย preserve motor unit พวกนี้เมื่ออายุมากขึ้น เอาง่ายๆคือมันอาจจะช่วย #ชะลอ หรือ #รักษา ไม่ให้กล้ามเนื้อพวกนี้ฟ่อรีบไปตอนแก่
อีกอย่างที่ดีจริงกับการทำ HIITคือการเพิ่ม Cardio fitness ที่เราเรียกๆไอตัว VO2maxนั้นแหละ มันโคตรสำคัญกับสุขภาพระยะยาว




ซึ่งสองตัวนี้คือหัวใจของ functional capacity ของคนๆนึงเลยว่าแก่ไปชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร
อบ่างที่บอกแต่แรก HIIT ไม่จำเป็นต้องมีprotocolตายตัว เช่น ง่ายที่สุด >> วิ่งเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ 15 วินาที สลับกับ เดิน 1 นาที ทำ 5รอบ จบ…. อันนี้ก็จะ bias


หรือจะเป็นแบบ bodyweight circuit ก็ได้ เช่น squat >> push-up >> mountain climber >> jump lunge ต่อกัน 4ท่า ทำเต็มที่ท่าละ15วิ สลับพัก 2นาที ทำ 4รอบ จบ…. อันนี้ก็จะbias



ตราบใดที่ช่วง work phase #หัวใจพุ่ง #หายใจหอบแดก #สมองเริ่มร้องขอชีวิต นั่นคือ true HIITละ
ทำไมผม แนะนำเดือนละ 6 ครั้ง

เพราะผมอยากให้มัน สำเร็จได้จริง 6 ครั้งต่อเดือน = สัปดาห์ละประมาณ 1-2 ครั้ง ไม่เยอะเกิน recoveryสบายๆ เพียงพอจะก่อให้เกิด adaptation แล้วเราค่อย progressไปเป็น 6ครั้งในสองอาทิตย์แบบงานวิจัยก็ได้

MuscleClinicz