🧠สมองของคนออกกำลังกายก็แก่ช้าด้วยเหมือนกัน


ส่วนอีกกลุ่มนึงก็ไม่ต้องทำอะไร ใช้ชีวิตปกติ
ระยะเวลาที่ทำแบบนี้นานถึง 1ปี


ปกติเรามี #อายุจริงตามปีเกิด (chronological age) เช่น 40 ปี แต่จากการสแกนสมองด้วย MRI แล้วใช้machine learningวิเคราะห์โครงสร้างสมอง เขาจะสามารถ #ทำนายอายุของสมองได้ ว่าสภาพสมองเหมือนคนอายุเท่าไร จากนั้นเอา อายุสมองที่ทำนายได้ - อายุจริงเรา = brain-PAD
ถ้าค่า Brain-PAD เป็นบวกกว่าอายุ = สมองดู #แก่กว่าอายุจริง อาจจะมีปัจจัยต่างๆที่ทำให้สมองเสื่อมพังไวขึ้น
ถ้า brain-PAD เป็นลบ = สมองดู #อ่อนกว่าอายุจริง
คนที่มี brain-PAD สูง (สมองดูแก่กว่าวัย) มีแนวโน้มในอนาคตที่จะ เจอกับปัญหาเช่น สมรรถภาพการคิดและความจำแย่ลง เสี่ยงต่อการเสื่อมถอยทางสมองเร็วขึ้น มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม เช่น Alzheimer’s หรือ Dementia เพราะงั้น brain-PAD จึงถูกมองเป็น #Markerของสุขภาพสมอง ตัวหนึ่ง



... งานวิจัยนี้แสดงให้เราเห็นถึง ผลของการออกกำลังกายที่มีต่อสมองให้เราเห็นว่า นี่อายุแค่40นิดๆเองนะ สมองเราก็อาจจะเริ่มถดถอยแล้วถ้าเราไม่ดูแลมัน หรือไม่ออกกำลังกาย
... จริงๆผมมองอีกมุมนึง ค่าbrain-PADคนทั่วไปอาจจะแบบ โหยไกลตัววะ กูจะรุ้ไหมอะไรแบบนี้ เราถึงพยายามซื้อเทคโนโลยีนั้นนี้ ผมเห้นมีwhoop ageใช่ไหมที่แบบพยายามทายนั้นนี้กัน จริงๆเบสิกมันง่ายมาก ถ้าทุกคนกินดี นอนดี ออกกำลังกายดี ไอ้ค่า Whoop ageหรือbrain-PADมันก้ดีขึ้นแน่ๆอยู่แล้ว ทั้งหมดมันก็ถามว่าเราจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีจริงๆไหมในการช่วยหาคำตอบ ผมกลับมองว่าไม่เลย เหมือนคุณวิ่งอึดขึ้น คุณจะสงสัยตัวเองไหมว่า VO2maxคุณต่ำลงไหม ??ก็คงไม่ถูกปะมันต้องดีขึ้นอยุ่แล้ว เหมือนกัน ถ้าคุณออกกำลังกาย บริหารสมองบ่อยๆ ยังไงมันก็ต้องดีขึ้นอยุ่แล้ว
เทคโนโลยีอาจช่วยบอกเราว่าเรายืนอยู่ตรงไหน แต่พฤติกรรมประจำวันต่างหากที่พาเราไปในทิศทางนั้น สุขภาพสมองไม่ใช่สิ่งที่วัดแล้วค่อยเริ่มทำ แต่เป็นสิ่งที่ “สร้าง” ทุกวันจากสิ่งที่เราทำซ้ำๆนั้นแหละ