🧠สมองของคนออกกำลังกายก็แก่ช้าด้วยเหมือนกัน

📘
มีstudyออกมาชิ้นนึงโดยเขานำคนวัยกลางคน 130 คน อายุเฉลี่ย41ปี ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้แก่มาก มาแบ่งกลุ่ม โดยให้กลุ่มนึง ฝึกคาดิโออาทิตย์ละ120นาที (60x2ครั้ง) ที่ความเข้มข้นประมาน 60-75% ของ Heart rate reserve ถ้าคิดเป็น RPEผมก็ว่าสัก13-14/20 แล้วใครอยากทำระดับ vigorousก็ทำได้ ถ้าไหว 75-85%HRR แล้วก้มี home-based exerciseให้ทำตามอีกอาทิตยละ150นาที แต่จะทำไหมก็ไม่รู้นะ

ส่วนอีกกลุ่มนึงก็ไม่ต้องทำอะไร ใช้ชีวิตปกติ

ระยะเวลาที่ทำแบบนี้นานถึง 1ปี

🧠
มีค่าทาง neuroscienceตัวนึงที่น่าสนใจคือ Brain-PAD หรือ brain-predicted age difference

🧠
brain-PAD เป็นค่าที่ใช้บอกว่า #สมองของเราแก่หรืออ่อนกว่าอายุเราแค่ไหน

ปกติเรามี #อายุจริงตามปีเกิด (chronological age) เช่น 40 ปี แต่จากการสแกนสมองด้วย MRI แล้วใช้machine learningวิเคราะห์โครงสร้างสมอง เขาจะสามารถ #ทำนายอายุของสมองได้ ว่าสภาพสมองเหมือนคนอายุเท่าไร จากนั้นเอา อายุสมองที่ทำนายได้ - อายุจริงเรา = brain-PAD

ถ้าค่า Brain-PAD เป็นบวกกว่าอายุ = สมองดู #แก่กว่าอายุจริง อาจจะมีปัจจัยต่างๆที่ทำให้สมองเสื่อมพังไวขึ้น

ถ้า brain-PAD เป็นลบ = สมองดู #อ่อนกว่าอายุจริง

คนที่มี brain-PAD สูง (สมองดูแก่กว่าวัย) มีแนวโน้มในอนาคตที่จะ เจอกับปัญหาเช่น สมรรถภาพการคิดและความจำแย่ลง เสี่ยงต่อการเสื่อมถอยทางสมองเร็วขึ้น มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม เช่น Alzheimer’s หรือ Dementia เพราะงั้น brain-PAD จึงถูกมองเป็น #Markerของสุขภาพสมอง ตัวหนึ่ง

📌
เขาพบว่ากลุ่มคนที่คาดิโอจริงจัง อาทิตย์ละ 60นาที x2วัน มี Cardiovascular fitness หรือ VO2maxเนี่ยดีขึ้นนิดหน่อย 1.60 ml/kg/min ซึ่งอาจจะดูไม่เยอะมากเท่าไหร่สำหรับวัย40 แต่ก็สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ทำอะไรเลยแล้วความฟิตลดลง

📌
น่าสนใจตรงนี้ ประเด็นหลักคือพบว่า ค่า brain-PAD ของกลุ่มที่ออกกำลังกายนั้น มีค่าเป็น ลบมากขึ้น -0.60 จากตอนpre-test1ปีก่อนเริ่มออกกำลังกายอยู่ที่ 0.73

📌
ในขณะที่กลุ่มไม่ทำอะไรเลยค่า brain-PAD เป็นบวกมากขึ้น +0.35 จากตอนเริ่ม 1.19

... งานวิจัยนี้แสดงให้เราเห็นถึง ผลของการออกกำลังกายที่มีต่อสมองให้เราเห็นว่า นี่อายุแค่40นิดๆเองนะ สมองเราก็อาจจะเริ่มถดถอยแล้วถ้าเราไม่ดูแลมัน หรือไม่ออกกำลังกาย

... จริงๆผมมองอีกมุมนึง ค่าbrain-PADคนทั่วไปอาจจะแบบ โหยไกลตัววะ กูจะรุ้ไหมอะไรแบบนี้ เราถึงพยายามซื้อเทคโนโลยีนั้นนี้ ผมเห้นมีwhoop ageใช่ไหมที่แบบพยายามทายนั้นนี้กัน จริงๆเบสิกมันง่ายมาก ถ้าทุกคนกินดี นอนดี ออกกำลังกายดี ไอ้ค่า Whoop ageหรือbrain-PADมันก้ดีขึ้นแน่ๆอยู่แล้ว ทั้งหมดมันก็ถามว่าเราจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีจริงๆไหมในการช่วยหาคำตอบ ผมกลับมองว่าไม่เลย เหมือนคุณวิ่งอึดขึ้น คุณจะสงสัยตัวเองไหมว่า VO2maxคุณต่ำลงไหม ??ก็คงไม่ถูกปะมันต้องดีขึ้นอยุ่แล้ว เหมือนกัน ถ้าคุณออกกำลังกาย บริหารสมองบ่อยๆ ยังไงมันก็ต้องดีขึ้นอยุ่แล้ว

เทคโนโลยีอาจช่วยบอกเราว่าเรายืนอยู่ตรงไหน แต่พฤติกรรมประจำวันต่างหากที่พาเราไปในทิศทางนั้น สุขภาพสมองไม่ใช่สิ่งที่วัดแล้วค่อยเริ่มทำ แต่เป็นสิ่งที่ “สร้าง” ทุกวันจากสิ่งที่เราทำซ้ำๆนั้นแหละ

This article was updated on กุมภาพันธ์ 9, 2026